“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สุดยอดทีมลูกหนังของเมืองไทย กับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรชั้นนำจากบุนเดสลีกา เยอรมนี โดยทั้ง 2 สโมสรได้ทำความร่วมมือกันเป็นครั้งแรก ปลายปี 2018 ด้วยมีปรัชญาในการพัฒนาทีม ระบบโครงสร้าง และการจัดการทีมเยาวชนที่คล้ายกัน

ล่าสุดสโมสร และสโมสร ได้จับมือเป็นพันธมิตรทางฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยกระดับการพัฒนานักเตะให้มีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม

โดย นายไชยชนก ชิดชอบ รองผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด ในฐานะผู้บริหารซึ่งดูแลกิจกรรมฟุตบอลเยาวชนของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงความร่วมมือเป็นพันธมิตรกันว่า

“สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เราทั้ง 2 สโมสรยังคงดำเนินความสัมพันธ์อันดีต่อกันไปอีก ปีนี้เราหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่พิเศษของเราทั้ง 2 สโมสร ซึ่งที่ผ่านมากิจกรรมที่จัดขึ้นร่วมกันได้รับการตอบรับอย่างดี รวมทั้งขอบคุณ สโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ต้อนรับเรา และนักเตะเยาวชนที่เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศเยอรมัน”

“ปีนี้กิจกรรมที่เราจะได้ทำร่วมกันเชื่อว่าจะเข้มข้นมากขึ้น นักเตะที่เราจะส่งไปเก็บตัวที่สโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะเป็นนักเตะแห่งอนาคตของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเชื่อว่าในอนาคตเราอาจจะมีการส่งสตาฟโค้ชที่ดูแลอะคาเดมี ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และนำกลับมาพัฒนาอะคาเดมี ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาระบบเยาวชนร่วมกัน และพัฒนาไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน”

“นอกจากการพัฒนาระบบอะคาเดมี และเยาวชนร่วมกันแล้ว ในโอกาสต่อไป บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็อาจจะสานสัมพันธทางธุรกิจกันเพิ่มเติมอีก เช่นการผลิตสินค้าสุดพิเศษของทั้ง 2 สโมสรร่วมกัน หรือมีการนำสินค้าของทั้ง 2 สโมสรไปขายในช็อปขายสินค้าของทั้ง 2 ทีม ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนธุรกิจที่อาจจะได้ทำร่วมกันในอีกไม่นานนี้”

ด้าน Mr. Suresh Letchmanan, Managing Director สโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประจำภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงการพัฒนานักเตะระดับเยาวชนร่วมกันว่า “ความสัมพันธ์ของเรากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ดี และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนั้นเรามีความยินดีที่ได้สานต่อความร่วมมือ และการพัฒนาเยาวชนกับสโมสรที่กระตือรือร้น และมุ่งมั่นที่สุดในประเทศไทย”

“การขยายธุรกิจอย่างจริงจังมายังตลาดต่างประเทศของสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เราหวังว่าความสัมพันธ์ของเรากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไปด้วยกันในฤดูกาล 2020 นี้”

ด้าน Mr. Benedikt Scholz, Head of International & New Business สโมสรโบรุสซีย ดอร์ทมุนด์ กล่าวว่า “ในนามของสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เราภูมิใจมากที่ได้ต่อสัญญาทำความร่วมมือกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครั้งนี้ มันมีความสำคัญกับเรามาก เพราะนั่นหมายถึงการที่เราได้ทำตามความปรารถนาที่จะช่วยสนับสนุนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งในและนอกสนาม เราตั้งตารอกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นอย่างยิ่ง”

นอกจากนี้ ปราสาทสายฟ้า และเสือเหลือง ยังร่วมกับกลุ่มบริษัทกัลฟ์ เตรียมเดินหน้าโครงการ “GULF FOOTBALL CAMP ปีที่ 2” เพื่อเฟ้นหาเยาวชนเดินทางไปเปิดประสบการณ์ฟุตบอลที่ประเทศเยอรมัน เพื่อฝึกซ้อมกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อะคาเดมี ซึ่งมีแคมป์ฝึกซ้อมที่มีเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเตรียมส่งนักเตะจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี เข้าร่วมฝึกซ้อมวิชาลูกหนังยังเมืองเบียร์ต่อเนื่องเป็นปีที่สองด้วย

ทั้งนี้ตลอดความร่วมมือที่ผ่านมา สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ร่วมกันทำกิจกรรมที่ช่วยในการพัฒนาเยาวชน ไม่ว่าจะเป็น 1.การส่งโค้ชพัฒนานักเตะเยาวชน มาร่วมคัดเลือกนักเตะเยาวชนไทย ในกิจกรรม “GULF FOOTBALL CAMP” เพื่อหานักเตะ 4 คน ไปเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกับ DORTMUND ACADEMY พร้อมกับได้สร้างแรงบันดาลใจทางฟุตบอลให้กับเด็กไทย ได้เข้าชมเกมฟุตบอล ระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบกับ , 2.จัดโปรแกรมฝึกฟุตบอลสุดพิเศษ เพื่อเปิดประสบการณ์โลกฟุตบอลให้กับ นักเตะเยาวชนจากโครงการ “FOOTBALL DEVELOPMENT PROGRAM” โปรแกรมการพัฒนาทักษะฟุตบอลเยาวชนของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้ได้เข้าไปฝึกทักษะฟุตบอลกับสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมกับได้เข้าชมเกมบุนเดสลีกา ระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พบกับ โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค อีกด้วย